นักวิจัยพบว่า  L-Carnitine    มีหน้าที่ในการกระตุ้นอัตราการเผาผลาญไขมัน     และจากการข้อสังเกตนี้  ทำให้มีการทดลองทางคลินิกกันในวงกว้างขึ้น และมีการนำมาประยุกต์ใช้มากขึ้น  จนกระทั่งถึงในปัจจุบันได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ระบุว่า L-Carnitine มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของหัวใจ และหลอดเลือด   การออกกำลังกาย   การควบคุมน้ำหนัก   เป็นอาหารสำหรับทารก และยังมีผลดีต่อสมอง

L-Carnitine คืออะไร ?

 

     L-Carnitine  คือ สารที่มีลักษณะคล้ายกรดอะมิโนและวิตามินบี  ซึ่งสามารถอยู่ได้ทั้งชนิดของ  D- และ L- isomers  (Isomers  คือ สารประกอบที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ต่างกัน  เนื่องจากตำแหน่งของอะตอมในโมเลกุลต่างกัน       แต่มีเพียง L-Isomers เท่านั้น ซึ่งเป็น L-Carnitine ที่พบในธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพตาม แนวชีววิทยา   ในขณะที่ D-form  จะไม่มีปฏิกิริยาทางชีววิทยา  และเนื่องจากมีผลในทางลบ  จึงมีการห้ามจำหน่าย D- Carnitine  และ D,L-Carnitine ในสหรัฐอเมริกา
นักวิทยาศาสตร์พิจารณาแล้วว่า การรับประทานแอล คาร์นิทีนวันละ 200-300 มิลลิกรัม เพียงพอเต็มที่ ที่จะช่วยให้กล้ามเนี้อตึงกระชับและมีกำลังวังชา ดังนั้นไม่เพียงแต่จะลดน้ำหนักลง แต่กลับ ได้รับพลังงานและมีกำลังวังชา ด้วย

บทบาทที่สำคัญของ L-Carnitine  ในการบำรุงรักษาระบบการไหลเวียนโลหิตให้มีสุขภาพดี   ในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวจะมีระดับ L-Carnitine ซึ่งเกี่ยวกับเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อหัวใจในปริมาณที่ต่ำ ( สภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแรงบีบหัวใจลดลงจนถึงระดับที่เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับเลือดน้อยกว่าปกติ) และได้มีการแนะนำว่าการบำบัดโดย L-Carnitine อาจจะมีผลในการจัดการกับปัจจัยเหล่านี้   นอกจากนั้น L-Carnitine สามารถป้องกันโรคหัวใจจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (การลดอัตราการไหลเวียนโลหิตจะส่งผลให้กลไกการทำงานของหัวใจอ่อนแอลง  และสามารถนำไปสู่โรคหัวใจวาย)    และสามารถลดความรุนแรงของโรคหัวใจวาย      L-Carnitine ยังมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการ Angina Pectoris 

(อาการเจ็บหน้าอก ที่เกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)    ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่ามีข้อมูลจำนวนมากที่สนับสนุนว่าประโยชน์ของ L-Carnitine ที่เป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงระบบการไหลเวียนโลหิต